รีวิว Apollo 18 “ลับ ลวง พราง หลัง ดวงจันทร์”

ห่างหายไปนานทีเดียวเชียว สำหรับการีวิวหนังเข้าใหม่ประจำสัปดาห์(ที่ตอนนี้ไม่ใหม่ซะแล้ว :D) เนื่องด้วยช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาตัวผมเองนั้นค่อนข้างมีภารกิจที่ทำเอายุ่งอยู่พอสมควร บวกกับอาการไม่ค่อยจะสบายเล็กน้อยจึงทำให้การรีวิวต้องออกมาล่าช้าพอสมควร เอาล่ะ? กลับมาพูดถึงเรื่องของหนังที่ผมจะทำการรีวิวบ้างดีกว่า กับภาพยนต์ที่เข้าฉายเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนอย่าง Apollo 18 

ก่อนอื่นต้องขอบอกตรงนี้เลยว่าโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ชื่นชอบภาพยนต์ที่ถ่านทำในรูปแบบ Handheld Cam เอามากๆ แม้เมื่อครั้งวัยกระเตาะที่ตัวผมได้มีโอกาสสัมผัสความประทับใจกับภาพยนต์แนวนี้อันลือชื่ออย่าง The Blair Witch Project จนแทบเขวี้ยงม้วนวีดีโอ VHS ให้เละติดฝากำแพงมาแล้วก็ตาม (น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น เพราะม้วนวีดีโอนั้นจะต้องนำไปคืนร้านเช่าหน้าปากซอยในอีก 3 วันข้างหน้า) แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปผมได้มีโอกาสย้อนกลับมาดูมันอีกครั้งด้วยความบังเอิญ กลับทำให้ตัวผมหลงไหลในเสน่ห์ของภาพยนต์แนวนี้ไปซะแล้ว และพยายามเฟ้นหาภาพยนต์แนวนี้มาดูเกือบทุกเรื่อง ซึ่งหลังจากดูเหมือนความนิยมในตัวของภาพยนตืแนวนี้นั้น มันหายไปจากวงการภาพยนต์พักใหญ่ทีเดียว ก่อนจะกลับมาเปรี้ยงป้างอีกครั้งกับหนังสัตว์ประหลาด Cloverfield ของ J.J. Ambrams และหนังซอมบี้อินดี้อย่าง REC จากประเทศสเปน(ก่อนจะถูกฮอลลีวูดเอาไปปู้ยี่ปู้ยำในชื่อใหม่ว่า Quarantine) จนมาถึงล่าสุดที่ก่อให้เกิดปรากฎการณ์หนังทุนต่ำเฟื่องฟูกับ Paranormal Activity แต่ถ้าหมดทั้งปวงนั้นเทียบไม่ได้กับหนังชั้นยอดที่ผมค้นพบโดยบังเอิญหลังจากนั่งดูเคเบิ้ลทีวีจนดึกดื่นกับเรื่องที่มีชื่อว่า Noroi ไม่ได้แม้แต่น้อย แม้มันจะไม่ได้เกี่ยวกับการีวิวซักเท่าไหร่แต่ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากแนะนำให้ผู้ที่ชื่นชอบภาพยนต์แนวนี้ได้ชมจริงๆ(แม้มันอาจจะหาดูได้ยากก็เถอะ)

หรับภาพยนต์เรื่อง Noroi นั้นจะเป็นเรื่องราวของสารคดีชิ้นหนึ่ง ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคำสาปและพีธีกรรมท้องถิ่นที่เกิดในญี่ปุ่น ที่ทั้งเรื่องนั้นจะนำเสนอ โดยการเล่าเรื่องผ่านม้วนวีดีโอที่ตัวเอกของเรื่องได้ทิ้งเอาไว้ก่อนจะหายสาปสูญไป ซึ่งตัวหนังนั้นไม่มีแม้ฉากสยองชวนตกใจแบบผีตุ้งแช่หรือฉากชวนแหวะแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจก็คือตัวของฟุตเตจต่างในเรื่องนั่นแหละ ที่เซ็ตออกมาได้สมจริงมาก จนทำเอาตอนแรกที่ผมได้ชมนั้นถึงกับเกิดอาการสงสัยเลยว่าเรื่องที่ชมอยู่นั้นเป็นฉากในภาพยนต์หรือฟุตเตจของเรื่องจริงผ่ายชนจอกันแน่ ซึ่งสามารถตรึงผมให้นั่งอยู่หน้าจอได้จนแทบไม่ได้ลุกไปไหนยันฉากจบ(ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้ดูหนังผ่านเคลเิ้บิ้ลทีวีนัก ) พร้อมทั้งทิ้งปริศนาชวนงงไว้อีกตอนท้ายเรื่อง

กลับมาที่ Apollo 18 กันบ้างดีกว่า(หลังจากออกทะเลไป 2 ย่อหน้า) กับเรื่องราวของความลับด้านหลังดวงจันทร์ ทฤษฎีสมคบคิดยอดฮิตที่ผู้คนมักจะตั้งคำถามกับมันตลอดว่าที่ด้านหลังของดวงจันทร์นั้นมันมีอะไรกันแน่? (อย่างที่ทราบกันดีเมื่อครั้งเรียน ส.ป.ช ว่าดวงจันทร์นั้นโคจรรอบโลก และด้วยความเร็วที่ใช้ในการหมุนรอบตัวเองนั้นสัมพันธ์กัน เราจึงจะไม่มีโอกาสได้เห็นหลังดวงจันทร์จากบนพื้นโลกแน่นอน) แม้ก่อนหน้านี้เราอาจจะได้รู้แล้วว่ามันมียานอวากศขนาดยักษ์ของ พวก ออโต้บอทอยู่ แต่ช่วงหัวไมเคิล เบย์ไป เพราะใน Apollo 18 นั้นจะพาเราไปดูความลึกลับที่มันสมจริงยิ่งกว่า

โครงการ Apollo นั้นถูกริเริ่มขึ้นโดยประธานาธบดีขอสหรัฐ John F. Kennedy เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1960 ที่ต้องการก้าวล้ำสหภาพโซเวียตภายใต้การกดดันจาการทำสงครามเย็นด้วยภารกิจที่จะต้อง “พามนุษย์ขึ้นไปเหยีบบนดวงจันทร์และกลับมาที่โลกโดยปลอดภัยให้ได้” ที่มาสำเร็จเอาตอน 9 ปีให้หลังกับโครงการ Apollo 11 กับในวันที่ 20 กรกฎาคม ที่มนุษยชาติได้จดจำไปทั่วโลกกับการเหยียบผืนดวงจันทร์ครั้งแรกของมุษยชาติกของสองนักบินจาก Apollo 11  Neil Armstrong และ Buzz  Aldrin ซึ่งหลังจากนั้นการก้าวเข้าสู่ห้วงอวกาศและดวงดาวต่างๆนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป  จนโครงการ Apollo นั้นสิ้นสุดลงเมื่อปี 1972 กับภารกิจสุดท้ายชองยาน  Apollo 17 หลังช่วงสงครามเย็นเริ่มคลี่คลาย และเนื่องด้วยปัญหาด้านงบประมาณและเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

ในภาพยนต์เรื่องนี้นั้นได้นำภาพลับของโครงการ Apollo ครั้งสุดท้ายมาให้เราได้ชมกับ หากแต่ว่ามันไม่ใช่โครงการ Apollo 17 แต่เป็น  Apollo 18 โครงการลับที่ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนมาก่อนกับภารกิจที่จะต้องกลับไปเยือนยังดวงจันทร์อีกครั้ง โดยฟุตเตจทั้งหมดนั้นได้ถูกอัพโหลดขึ้นบนเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่ไม่เปิดเผยที่มา โดยในฟุตเตจที่เราจะได้ชมนั้นจะเป็นเรื่องราวทั้งหมดของนักบินในโครงการ Apollo 18 นี้ ที่เป็นภาพวีดีโอจากกล้องที่ได้ถูกบันทึกไว้โดยนักบินทั้ง 2 ขณะทำภารกิจ สำรวจด้านพื้นที่ด้านหลังของดวงจันทร์ที่ไม่เคยมีใครได้เหยียบย่างเข้าไปก่อน(โครงการ Apollo 18 นั้น มีนักบินร่วมเดินทางไปด้วยกัน 3 คนอันได้แก่ ผู้กอง Benjamin Anderson ผู้หมวด John Grey และ ผู้กอง Nathan Walker โดยรายหลังได้รับหน้าที่ในการเป็นผู้ประสานงานบน Shuttle ที่โคจรรอบดวงจันทร์เท่านั้น ไม่ได้ลงไปปฎิบัติภารกิจด้วย)

อย่างที่ได้บอกไปแล้ว่าตัวหนังนั้นถ่ายทำผ่านมุมมองของกล้องจากวีดีโอแทบทั้งเรื่อง ซึ่งไม่มีฉากที่อยู่นอกเหนือจากตัวฟุตเตจของวีดีโอแม้แต่น้อย มุมกล้องในเรื่องนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือกล้องที่ติดอยู่ที่ชัตเติ้ลซึ่งจะนำเสนอในมุมมองเดียวกับกล้องวงจรปิด และกล้องที่นักบินอวกาศทั้งสองถือไประหว่างปฎิบัติภารกิจ ซึ่งมุมกล้องนั้นทำออกมาได้ดูง่ายและไม่มึนหัวมากนัก (มุมกล้องนิ่งกว่า REC แต่ไม่นิ่งถึงขนาด Skyline) โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้พอไปวัดไปวาไม่ถึงกับเยี่ยมและแย่จนเกินไป แต่น่าเสียดายที่ตัวหนังนั้น นำเสนออกมาได้ค่อนข้างจะขาดความน่าเชื่อถือไปซักหน่อยกับการจะเป็นภาพยนต์แนวนี้ รวมไปถึงบทภาพยนต์และพล็อตที่ดูแล้วค่อนข้างจะจัดอยู่ได้ว่ามันไร้สาระพอสมควรทีเดียว แถมเหมือนจะเป็นการหักหลังกลายๆจากตัว Teaser แรกๆที่ปล่อยออกมาด้วย

ถ้าถามว่าผมชอบภาพยนต์เรื่องนี้ใหม? ผมบอกได้ตามตรงเลยว่าผมค่อนข้างชอบภาพยนต์เรื่องนี้พอสมควรนะ แม้ว่ามันจะยังไม่ถือว่าเพอร์เฟ็ค ซึ่งผมต้องขอชมการกำกับของ เรื่องนี้จริงๆที่สามารถบิวท์อารมณ์คนดูได้จนไม่พาลเบื่อจนหลับไปซะก่อน (เรื่อง Paranormal Activity ผมหลับคาจอเลยครับ ฮา) รวมไปถึงช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่องที่สามารถกระตุ้นผู้ชมให้ลุ้นเอาใจช่วยตัวละครไปจนจบเรื่อง บวกกับการแสดง นักแสดงทั้ง 2 ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของความสิ้นหวังได้อย่างดีทีเดียว จึงทำให้มันเป็นภาพยนต์ที่พอจะน่าดูอยู่บ้าง (และมันทำให้ผมต้องไปหยิบเอา 2001: A Space Odyssey มาดูอีกรอบ)

ถึงอย่างไรก็ดี Apollo 18 นั้นไม่ใช่ภาพยนต์ที่ทุกคนจะดูได้สนุก เพราะหลายครั้งที่ผมได้แนะนำหนังประเภทนี้ให้กับคนอื่น ตัวผมเองมักจะพบว่า มันไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจกับทุกคนเสมอไป เนื่องด้วยมุมกล้องและการนำเสนอที่ชวนเนิบนาบ จนชวนหลับ หรือจะด้วยเหตุผลอื่นก็ตามแต่(ซึ่งผมแนะนำเคล็ดของการดูหนังแนวนี้ให้ง่ายๆคือ คุณต้องทำตัวโง่ไปกับหนังครับ ถึงจะดูได้อย่างมีอรรธรส :D) ซึ่ง  Apollo 18 มันก็เป็นเช่นเดียวกันนี่แหละ ส่วนถ้าจะให้ผทแนะนำว่าควรดูหนังเรื่องนี้มั้ย บอกตรงเลยว่ามันไม่ถึงกับเป็นหนังที่ต้องดู แม้คุณจะชอบหรือไม่ชอบหนังแนวนี้ก็ตาม (โดยเฉพาะพวกที่เกลียดหนังแนวนี้เป็นทุนเดิมผมแนะนำว่าไม่สมควรกับเวลาที่คุณจะต้องเสียไปแน่ๆ) แต่ถ้าคุณมีเวลาว่าง Apollo 18 ก็สามารถสร้างความสนุกได้พอตัวทีเดียวหล่ะ

เกี่ยวกับ NinjaCyber
อดีต Staff,Editor,Blogger และ Webmaster จากเว็บไซต์เกมหลายเว็บไซต์ ทั้ง Vagabondteam และ Rapture Gaming Network เคยดวงดีได้เขียนได้เขียนลงนิตยสาร Future Gamer และออกหนังสือในเครื่อง True Digital Content อยู่หลายเล่ม อดีตเจ้าของ Blog เกมยอดนิยม NC4G แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่รู้มักอยู่แต่ละที่ได้ไม่นาน อาจเพราะความเป็นคนขี้เบื่อที่ฝีมือยังอ่อนด๋อยนักแต่อยากจะหาที่เขียนอะไรไปเรื่อยๆเปื่อยๆ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ากูจะเขียนไปทำไม รู้แต่ว่าอยากเขียนไปเรื่อยๆแค่นั้นเอง

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: